Database for Coastal Environment

Department of Marine and Coastal Resources

Database for Coastal Environment History (ความเป็นมาของโครงการติดตามสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเล)

    ประเทศไทยประกอบด้วยชายฝั่งที่มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 2700 กิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ที่เป็นปากแม่น้ำ ป่าชายเลน และชายหาด และพื้นที่ชายฝั่งเหล่านี้ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้นในปัจจุบันตามการขยายตัวของประชากร และความต้องการทางเศรษฐกิจ โดยพื้นที่ชายฝั่งในแต่ละพื้นที่ (อ่าวไทยฝั่งตะวันออก อ่าวไทยตอนบน อ่าวไทยฝั่งตะวันตก และชายฝั่งทะเลอันดามัน) นั้นมีลักษณะทางภูมิประเทศและศักยภาพของพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป

 

  การใช้พื้นที่ชายฝั่งในอดีตนั้นส่วนใหญ่จะเน้นไปในเรื่องของการประมงชายฝั่ง และการเพาะเลี้ยงชายฝั่งซึ่งได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ตามด้วยการท่องเที่ยวทางทะเลที่ได้รับการขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน เนื่องด้วยประเทศไทยมีชายฝั่งที่สวยงามจำนวนมากที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะหลายพื้นที่ในชายฝั่งทางด้านตะวันออกของอ่าวไทย และในทะเลอันดามัน รวมทั้งบางพื้นที่ของอ่าวไทยฝั่งตะวันตก ซึ่งการท่องเที่ยวนี้ได้นำรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก

 

   ในขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมก็ได้มีการพัฒนาในบริเวณพื้นที่ชายฝั่งมากขึ้นเช่นกัน เนื่องด้วยพื้นที่ชายฝั่งเอื้อและอำนวยความสะดวกในเรื่องการคมนาคมและขนส่งทางทะเล และการขนส่งทางทะเล ดังนั้นการศึกษาติดตามสภาพแวดล้อมและมลพิษชายฝั่งจึงมีความจำที่จะต้องดำนินการเพื่อที่จะช่วยให้เข้าใจถึงสถานภาพสิ่งแวดล้อมชายฝั่งปัจจุบันและปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถหาแนวทางในการจัดการปัญหาดังกล่าวได้ทันเหตุการณ์ นอกจากนี้การศึกษาติดตามสถานภาพชายฝั่งอย่างต่อเนื่องจะทำให้เห็นภาพรวมของขบวนการเปลี่ยนแปลงหรือปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำให้การกำหนดแนวทางในการจัดการปัญหาดังกล่าวสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

    การศึกษาสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลจึงเป็นโครงการที่จำเป็นจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งซึ่งมีพันธะกิจที่ต้องดูแลและจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้มีนโยบายที่จะให้มีการศึกษาติดตามสภาพแวดล้อมชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง และมีการเผยแพร่ข้อมูลสู่องค์กรท้องถิ่นและระดับประเทศ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาชายฝั่ง และเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาโครงการต่างๆ ของภาครัฐและเอกชน แต่ด้วยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นกรมที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ จึงยังมีข้อจำกัดอยู่หลายเรื่อง

 

   ดังนั้นการดำเนินการโครงการติดตามสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลที่กำหนดดำเนินการขึ้นในปีงบประมาณ 2550 เป็นปีแรกนั้น ได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทย ทั้ง 4 ศูนย์ (ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก อ่าวไทยตอนบน อ่าวไทยฝั่งตะวันตกตอนกลางและตอนล่าง) ที่ดำเนินการภายในสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว แต่ด้วยศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ภายใต้สถาบันฯ จึงยังไม่มีความพร้อมมากนักในปีแรก ดังนั้นการดำเนินการในปีแรกนั้นจึงเป็นการดำเนินการตามศักยภาพของศูนย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจะได้มีการเสริมสร้างศักยภาพทั้งทางด้านอุปกรณ์และบุคคลากรเพื่อจะใหการดำเนินการในอนาคตอันใกล้นั้นมีความเท่าเทียมกันทั้ง 4 ศูนย์ และสถาบันฯ การดำเนินการของโครงการเพื่อให้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อการบริหารจัดการฐานข้อมูลจึงกำหนดปัจจัยพื้นฐานที่ควรดำเนินการศึกษาในทุกพื้นที่ของชายฝั่ง คือคุณภาพน้ำพื้นฐาน ได้แก่
1. ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ ความโปร่งแสง อุณหภูมิ ความเค็ม ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ ปริมาณตะกอนแขวนลอย และสีของน้ำทะเล
2. ปัจจัยทางเคมี ได้แก่ ปริมาณสารอาหาร และสารประกอบประเภทน้ำมัน
3. ปัจจัยทางชีวะ ได้แก่ ปริมาณคลอโรฟิลล์ ชนิดและความหนาแน่นของแพลงตอนพืช แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด ฟีคอลโคลิฟอร์ม

 

    นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำการศึกษาเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่นั้นจะศึกษาตามแนวโน้มของปัญหาที่พื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยในบางพื้นที่ที่มีปัญหาจากปัจจัยบางปัจจัยอาจมีความจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาในเชิงลึก เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหานั้นๆ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดการ ปัจจัยที่กล่าวถึงเหล่านั้นได้แก่
1. โลหะหนักและประเภทของโลหะหนัก (ตามลักษณะโครงสร้างทางเคมี) ในน้ำ ตะกอนดิน และสิ่งมีชีวิต
2. สารประกอบประเภทน้ำมันในน้ำ
3. สารเคมีประเภทที่ใช้กำจัดศัตรูพืช

 

  การเผยแพร่ข้อมูลของโครงการในระยะแรกจะใช้ในลักษณะเอกสารแจ้งและส่งให้องค์กรที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองท้องถิ่น รวมทั้งรายงานผลการศึกษา สำหรับการจัดทำฐานข้อมูลและะเว็ปไซด์เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารของโครงการผ่านทางระบบอินเทอร์เนตนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาระบบการเผยแพร่ข้อมูลของโครงการในปีที่สองของการดำเนินการ เพื่อที่จะให้มีการเผยแพร่และการใช้ข้อมูลได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น